<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861</id><updated>2012-02-16T13:04:58.519-08:00</updated><category term='หลิน'/><category term='My life'/><category term='พลังจิต'/><category term='ธรรมะ The secret'/><title type='text'>Lynn</title><subtitle type='html'>มุมพักผ่อนใจ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>16</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-2724659181216155004</id><published>2008-01-13T05:27:00.000-08:00</published><updated>2008-01-13T05:35:26.598-08:00</updated><title type='text'>ชีวิตที่มีระเบียบวินัย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ชีวิตฉันขาดที่สุดในขณะนี้คือ ความมีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิต&lt;br /&gt;เหมือนอ่อนด้อยลงจากก่อนหน้านี้ ฉันจึงอยากเพิ่มเติมให้ชีวิตมีวินัย ซึ่ง ผลของการมีวินัย นอกจากจะทำให้งานสำเร็จแล้ว ยังทำให้ไม่เครียดอีกด้วย เพราะฉะนั้น&lt;br /&gt;อย่างแรก อ่าน micro ทุกสัปดาห์ให้ได้&lt;br /&gt;อย่างที่สอง ซ้อมเปียโนกับร้องเพลงทุกวัน ไม่ใช่ตามอารมณ์&lt;br /&gt;อย่างสุดท้าย นั่งสมาธิทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-2724659181216155004?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/2724659181216155004/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=2724659181216155004' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2724659181216155004'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2724659181216155004'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2008/01/blog-post_13.html' title='ชีวิตที่มีระเบียบวินัย'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-2596612782728764096</id><published>2008-01-01T00:05:00.001-08:00</published><updated>2008-01-01T00:05:47.051-08:00</updated><title type='text'>คลื่นใหม่</title><content type='html'>เดี๋ยวทำงานจะกำหนดคลื่นการทำงานอย่างมีสมาธิล่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-2596612782728764096?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/2596612782728764096/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=2596612782728764096' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2596612782728764096'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2596612782728764096'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='คลื่นใหม่'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-5407375036874788835</id><published>2007-12-31T23:35:00.000-08:00</published><updated>2008-01-01T00:02:25.682-08:00</updated><title type='text'>ข้อคิดดีๆ</title><content type='html'>วันนี้ก็เป็นวันขึ้นปีใหม่แล้วซินะ ฉันก็อยู่บ้านทำรายงานสองฉบับคือ econometric_ simulation macro model กับ development of thai capital market_chantal แต่ก็อู้อยู่เรื่อยๆ มีความสุขดี สำหรับข้อคิดดีๆ เนี่ยสำคัญสำหรับชีวิตมากๆ วันนี้คิดออกเลยอยากเขียนอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. จงมีเวลาเสมอสำหรับสิ่งที่ชีวิตต้องการ เช่น ทำวิปัสสนา แต่อาจไม่มีเวลาสำหรับกิจกรรมไร้สาระที่ทำเพราะไม่รู้จะทำอะไร หรือ ด้วยเหตุผลอื่นๆ เช่น ดูทีวีวันละหลายๆชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ถ้าไม่กลัวจะทำอะไร ชีวิตก็สั้นนะ ทำสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ผิดศีลธรรมเถิด อย่ามัวแต่กลัวอยู่เลย ว่าจะทำไม่ได้บ้าง ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ตอนเช้าตื่นมา ให้คิดว่า วันนี้เป็นวันดี ค่อยๆนึกถึงกิจกรรมที่เราคิดจะทำทีละอย่าง และวาดภาพที่เราอยากให้เป็นเช่น เปลี่ยนจาก เซงจัง เรียนอีกแล้ว เป็นภาพ การเรียนรู้อย่างมีความสุข-- อันนี้ทำยากหน่อย แล้วคอยคิดอย่างนั้นเรื่อยๆทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. กินกบตัวที่น่าเกลี่ยดที่สุดเป็นกิจกรรมต้นๆของวัน แล้วใจจะสบายเหมือนยกภูเขาออกจากอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เมื่อรู้สึกว่าไม่สบายใจให้ get it out ทันที อันนี้ ฟังมาจากท่านภิกษุรูปหนึ่ง ชอบมาก ทำไมเราต้องให้ความไม่สบายใจเก็บไว้นานๆ จนเป็นนิสัยแล้วเราป่วยไข้ เครียดง่าย สารพัดโรค เกิดจากใจ เกิดจากนิสัยตัวนี้ล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. กล่าวคำขอบคุณบ่อยๆ ขอบคุณในใจให้บ่อยยิ่งกว่า แล้วจะรู้สึกว่าโลกนี้น่าอยู่ อันนี้ ประสบการณ์ตรง คือ ดันไปลงเรียน advance microeconomics  ยากพอควร แต่ไม่รู้จะใช้อะไรอีกต่างหาก (คือก็งงว่าลงทำไม นอกจากเป็น minor จริงๆ ก็เลือก minor อื่น ง่ายๆก็ได้ ไม่เห็นต้องมาปวดหัวกับวิชานี้เลย่) แต่ลงไปแล้วก็เรียนกันต่อไป พอสอบกลางภาค แอบเครียด เพราะว่ารู้สึกว่า อ่านอะไรเนี่ย ยากก็ยาก สร้างความปวดหัว แล้วยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอีกต่างหาก เลยรู้สึกว่า ถ้ายิ่งคิดอย่างนี้ก็ไม่มีพลังในการอ่าน ก็ยิ่งแย่ เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ มองข้อดีของการลงวิชานี้ คือ ขอบคุณทำให้ได้รู้จักอาจารย์เก่ง อีกทั้งใจดีที่ตั้งใจสอน และสอนรู้เรื่อง รวมทั้งได้เรียนกับเพื่อนที่ช่วยกันเรียน ไม่แข่งขันกัน ก็เป็นสิงดี พอฉันคิดวนๆแบบนี้ ฉันก็อ่านได้และเป็นสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. มองแต่ข้อดีของคนอื่น แล้วโลกจะน่าอยู่ แล้วเราจะมีแบบอย่างพฤติกรรมที่ดีงาม&lt;br /&gt;เจ้นก ชอบให้ ชอบเลี้ยงน้องโดยเฉพาะนวด กับ หนม รักน้อง&lt;br /&gt;เจ้หยก มีวินัย ทำให้บ้านมีกฎระเบียบ เสียสละ&lt;br /&gt;พ่อ รักลูก ชอบทำอาหารให้ลูกกินแล้วมีความสุข ลูกเลยทำอาหารไม่เป็น ชอบขับรถรับส่งลูก&lt;br /&gt;แม่ รักลูก ดูแลลูกเป็นห่วงลูกโดยเฉพาะฉันเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;ต๋อ ดูแลหลินโดยเฉพาะด้านการเรียน แต่ไม่ตามใจหลินจนเสียนิสัย&lt;br /&gt;ยุ้ย ที่พึ่งทางการเรียนยามทำโจทย์ไม่ได้ มีเหตุผล&lt;br /&gt;เอมี่ เอื้อเฟื้อ โดยเฉพาะเวลาเรียน mi 3 และฝากซื้อ cd&lt;br /&gt;พลอย ใจดีที่สุด&lt;br /&gt;กาย ประณีต เรียบร้อย มีน้ำใจ&lt;br /&gt;แบงค์ ทำงานเรียบร้อย ส่งเร็ว&lt;br /&gt;หมิง ปลา มีน้ำใจ&lt;br /&gt;ไว้เขียนต่อ ไปทำการบ้านก่อนล่ะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-5407375036874788835?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/5407375036874788835/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=5407375036874788835' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5407375036874788835'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5407375036874788835'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/12/blog-post_31.html' title='ข้อคิดดีๆ'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-3642613244072474568</id><published>2007-12-24T05:38:00.000-08:00</published><updated>2007-12-24T06:04:08.446-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พลังจิต'/><title type='text'>คลื่นพลังจิต</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จากที่ได้อ่านจาก The secret ทำให้ฉันอยากทดลองตามที่หนังสือสอนไว้ ฉันจึงได้ลองดูด้วยการฝึกคิดอะไรในใจในทางบวกเพื่อดึงดูดสิ่งที่ดีที่ต้องการเข้ามาตัว ซึงก็ได้ผลพอสมควรนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ไปนั่งอ่านหนังสือที่สยาม เลยลองหลับตาแล้วนึกถึง คลื่นการเรียนรู้ หรือ คลื่นที่จิตใจสบายเหมาะกับการเรียนรู้ ซึ่งฉันก็พบ แล้วก็อ่านหนังสือองอย่างมีความสุขไปได้เรื่อยๆเลยที่เดียว ก็มีบางช่วงที่กระแสคลื่นอ่อน อาจมาจากคลื่นความคิดอื่นที่รบกวน ฉันก็จะบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะอ่านหนังสือต่ออย่างสบายใจและมีความสุขล่ะนะ ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี ก็คอยจูนคลื่นไปเรื่อยๆ จนผ่านไป สามชั่วโมง รู้สึกว่าลมปรานแตกซ่าน อ่านหนังสือแล้วหาคลื่นนั้นไม่เจอ หงุดหงิด ก็เลยเลิกอ่านหนังสือ แล้วกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันคิดว่าเคล็บลับอยู่ที่ความสบายใจ เนื่องจาก เราจะพยายามโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตามพาตัวเองไปอยู่ในที่ๆเราสบายใจ ฉันสังเกตว่า แรงดึงดูดไม่ว่าจะเกิดจะอะไรก็ตาม ซึ่งบางอย่างเราเองก็ควบคุมไม่ได้ จะชักพาให้เราไปอยู่ในภาวะที่เราสบายใจ หรือ ที่เราคุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือเหตุผลที่เราไม่ควรทำชั่วเพราะถ้าเราทำแล้วมันจะเป็นรากฐานให้เราคุ้นเคยกับความชั่ว ซึ่งทำให้เราทำชั่วต่อไปเรื่อยๆ ความเคยชินอันตรายตรงนี้หล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น ถ้าเราต้องการอะไร ถ้ามัวแต่รู้สึกสบายใจที่จะกังวลกับการได้สิ่งนั้น ก็จะไม่ได้ ตรงกันข้าม ถ้าเราสบายใจว่าเรากำลังได้สิ่งนั้้นเราก็จะได้มันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-3642613244072474568?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/3642613244072474568/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=3642613244072474568' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/3642613244072474568'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/3642613244072474568'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/12/blog-post_24.html' title='คลื่นพลังจิต'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-7292210408304539083</id><published>2007-12-11T08:54:00.001-08:00</published><updated>2007-12-11T09:09:51.339-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ธรรมะ The secret'/><title type='text'>คุณธรรมของเทวดา</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:100%;"&gt;หลังจากฉันได้อ่านเรื่อง The Secret  ซึ่งเป็นหนังสือที่ทำให้ฉันขนลุกเป็นระยะๆ ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นที่รู้ว่า คนเราจะสามารถได้ทุกสิ่งที่ต้องการได้ หากทว่า ความสอดคล้องกันของศาสนาต่างๆ ในธรรมะระดับสูงๆต่างหาก&lt;br /&gt;เช่น ให้อยู่กับปัจจุบัน แปลว่า สติ&lt;br /&gt;    ให้รู้คุณสิ่งต่างๆ แปลว่า กตัญญูกตเวที&lt;br /&gt;    ให้ระมัดระวังจิตใจ ไม่ให้คิดในเรื่องที่ไม่ดี เพราะอาจปล่อยพลังงานในทางลบออกไป แปลว่า มโนกรรม&lt;br /&gt;    อย่าพูดในสิ่งไม่ดี ไม่สร้างสรรค์ สร้างความอิจฉา ทำให้ผู้ฟังหรือตนเองเสียกำลังใจ แปลว่า วจีกรรม&lt;br /&gt;     คนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล แปลว่า พระพุทธเจ้้าสอนเวลาเข้าวิปัสสนาว่า สามารถเรียนรู้จักรวาลทั้งหมดในกายและจิตตนเองได้ โดยไม่ต้องส่งจิตออกนอกเลย  ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้ฉันต้องลองพิสูจน์โดยลองปฏิบัติตามดู ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นอย่างชัดเจน คือ ฉันคอยดูจิตอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดจิตที่ไม่ดีขึ้น เช่น คิดไม่ดี โกรธ พอรู้ตัวว่าโกรธก็ให้อภัย ซึ่งทำให้จิตฉันผ่องใสขึ้นพอสมควร ความรู้สึกเหล่านี้มักเกิดกับฉันเมื่อฉันออกจากวิปัสสนาใหม่ๆ และยังกำหนดได้ดีอยู่&lt;br /&gt;       เมื่อดูจิตตนได้ตลอดมากขึ้นเช่นนี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่า จิตใจฉันละเอียดขึ้น มีธรรมะของเทวดา คือ หิริ โอปตัปปะ หมายถึง ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป สถิตในใจมากขึ้น ทำบาปน้อยลง (ปกติศีลค่อนข้างบริสุทธิ์อยู่แล้ว ในที่นี้ หมายถึง มโนกรรมนั้น  เวลาคิดไม่ดี คิดโกรธ ไม่พอใจอะไรออยู่จะรู้ตัวและให้อภัยได้เร็วขึ้น)&lt;br /&gt;      ทำให้ฉันรู้สึกถึงคำว่าศาสนาสากลมากขึ้น&lt;br /&gt;      ฉันหวังว่าเมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะมีธรรมะของพรหม หรือ ธรรมวิหารสี่ สถิตในใจมากขึ้นเรื่อยๆ จิตใจละเอียดขึ้น เนื่องจากตอนนี้อาจจะเพราะ ฉันยังเด็ก ยังปฏิบัติได้ไม่ถึงขั้น รู้สึกว่าจิตยังไม่ละเอียดถึงขั้นที่จะมีธรรมะนี้อยู่อ่ะ&lt;br /&gt;       ปฏิบัติต่อไปล่ะนะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-7292210408304539083?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/7292210408304539083/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=7292210408304539083' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/7292210408304539083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/7292210408304539083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='คุณธรรมของเทวดา'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-433447864623814490</id><published>2007-11-10T07:06:00.000-08:00</published><updated>2007-11-10T07:22:46.427-08:00</updated><title type='text'>เรียนเก่ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลังจากสอนพิเศษมาเกือบปีเห็นจะได้ ฉันก็ได้ตอบคำถามตัวเอง อย่างหนึ่งที่ฉันอยากรู้มานาน ก็คือ อะไรเป็นปัจจัยหลักให้คนเราเรียนเก่งต่างกัน สิ่งที่ฉันค้นพบ คือ นักเรียนที่เรียนเก่งมากๆๆๆ นั้น โดยมาก มักจะ &lt;strong&gt;มีวินัยในตนเองสูง รู้ในเนื้อหาที่กำลังเรียนอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากสาเหตุต่างๆมากมาย ไม่เครียดกับการเรียนมากจนเกินไป &lt;/strong&gt;ซึ่งต่างจาก สิ่งเดิมที่ฉันมองว่า เด็กเก่งมักจะเครียด ซึ่ง สัมพันธ์กันในแง่ที่ว่า ความเครียดเป็นแรงผลักดันให้เด็กขยัน และมีวินัยทางการเรียนมากขึ้น แต่ทว่าก็เป็นแรงบีบไม่ให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ สร้างสรรค์ เช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันมองว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนด้วยความเครียดหรอก เพียงแค่มีวินัยทางการเรียน โดยรู้ว่า แต่ละวิชาควรอ่านหนังสืออย่างไร เมื่อใด เช่น ก่อนเรียน หลังเรียน ก่อนสอบ หรือ ทุกช่วงเวลา เนื่องจากเนื้อหาซับซ้อน เป็นต้น เมื่อรู้แล้วก็ทำต่อไปอย่างมีวินัย ก็พอที่จะเรียนเก่งได้แล้วล่ะ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-433447864623814490?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/433447864623814490/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=433447864623814490' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/433447864623814490'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/433447864623814490'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='เรียนเก่ง'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-2350344811540815386</id><published>2007-09-19T00:20:00.000-07:00</published><updated>2007-09-19T00:40:40.199-07:00</updated><title type='text'>ชีวิตสมถะ</title><content type='html'>ฉันจินตนาการไปถึงเป้าหมายช่วงกลางของชีวิต ประมาณวัยทำงาน -- ถ้าฉันไม่ตายไปเสียก่อน&lt;br /&gt;ฉันต้องการเห็นภาพผู้หญิงสมถะ เป็นระเบียบ เรียบง่าย ใจบุญ มากกว่าผู้หญิงที่แต่งตัว ใช้ของแพง ฟุ่มเฟือย ไร้สาระนะ&lt;br /&gt;นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ฉันคิดว่าน่าจะเริ่มฝึกตัวเองให้เคยชิน ถ้าไม่เริ่มด้วยการฝึกตัวเอง ฝึกใจละก็ กิเลสอาจนำทางไปอีกทางที่กว่าจะรู้ตัวก็ติดกับดักของความเคยชินเสียแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-2350344811540815386?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/2350344811540815386/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=2350344811540815386' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2350344811540815386'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/2350344811540815386'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/09/blog-post_19.html' title='ชีวิตสมถะ'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-7601176122091119779</id><published>2007-09-11T01:22:00.000-07:00</published><updated>2007-09-12T00:55:48.597-07:00</updated><title type='text'>ความล้มเหลว</title><content type='html'>คือนอกจากนะไม่ได้เพิ่มเวลาเป็น 20 นาทีแล้ว 15 นาทีก็ยังมีหลับอีกด้วย เฮ้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่แปลกอะไร เพราะปกติเวลาเราเข้าวิปัสสนา 7 วัน มันก็มีทั้งวันที่ปฏิบัติได้ดีและไม่ดีอยู่แล้ว เหมือนกราฟขึ้นๆลงมากกว่า กราฟที่เป็น exponential , หรือ linear&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือเวลาอารมณ์อันไม่เป็นที่น่าพอใจเกิดขึ้น เช่น โกรธ หงุดหงิด อารมณ์เสีย ประมาณนี้เกิดขึ้น แล้วมันก็จะดับไป คือ เวลาฉันประสบอารมณ์พวกนี้ ฉันจะพยายามบังคับให้มันดับ แล้วก็รู้สึกผิดว่าทำไมต้องโกรธ คือเรียกว่าไม่ขาดสติเสียทีเดียว คือรู้ว่าตัวเองโกรธนะ แต่ว่าความรู้สึกจะออกแนวซับซ้อนมากคือหลายอารมณ์เกิดรวมๆกัน พอฉันนั่งสมาธิเลยเกิดปัญญาว่า เวลาโกรธก็รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องสนใจ ไปบังคับไม่ให้มันโกรธ เพราะมันบังคับไม่ได้(อนัตตา) แล้วมันก็จะดับไปเอง(อนิจจัง) แต่ด้วยสภาพความโกรธมันทำให้เราทนอยู่ได้ยาก(ทุกข์) มันก็บีบคั้นเรา เพราะฉะนั้น เวลาโกรธก็แค่รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรต่อ ไม่ต้องบังคับให้หายโกรธ แล้วเดี๋ยวมันก็หายไปเอง หน้าที่ของเราแค่ดูเวลาโกรธก็รู้ ก็พอละนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจะตั้งใจปฏิบัติธรรมต่อไป ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็เหอะ สู้ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-7601176122091119779?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/7601176122091119779/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=7601176122091119779' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/7601176122091119779'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/7601176122091119779'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/09/blog-post_11.html' title='ความล้มเหลว'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-8033651316871629670</id><published>2007-09-03T22:03:00.000-07:00</published><updated>2007-09-03T22:04:03.510-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-8033651316871629670?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/8033651316871629670/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=8033651316871629670' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8033651316871629670'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8033651316871629670'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/09/blog-post.html' title=''/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-6290592395576047829</id><published>2007-09-03T21:51:00.000-07:00</published><updated>2007-09-03T22:04:48.206-07:00</updated><title type='text'>รายงานผลการปฏิบัติธรรม</title><content type='html'>หลังจากได้นั่งสมาธิก่อนนอนวันละ 15 นาที แทบทุกวัน ประมาณร้อยละ 90 มาแล้วประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้ พบว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามีสติกับการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทุกข์น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด เพราะว่า พอจิตเริ่มทุกข์ ก็อาจจะเริ่มด้วยการที่ใจ ไปรับรู้เรื่องที่ทำให้เกิดความทุกข์แล้วคิดต่อ สติก็จะบอกว่า ไม่ต้องทุกข์ สิ่งที่เป็นอดีต ทุกข์ไปก็เท่านั้น ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็สบายใจได้ ถ้ายังไม่ได้ทำให้ดีที่สุดก็ต้องให้อภัยตัวเองให้ได้ เราให้อภัยทุกรูป ทุกนาม ทุกคนที่สร้างความไม่พอใจให้เรา ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะทำโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เราให้อภัยได้ คือ เราไม่ผูกใจเจ็บใคร แต่เราเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วย เมื่อเราให้อภัยคนอื่นได้ เราก็ต้องให้อภัยตัวเองได้ ผลก็คือ จิตเบาสบาย ไม่ต้องแบกรับอะไรพวกนี้ไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไม่เหนื่อยเวลาทำงาน คือสามารถทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อนอะไร จนก่อนเข้านอน ก็พักผ่อน นั่งสมาธิ เล่นกับแม่ แล้วค่อยนอน ก็ไม่เหนื่อยอะไร ทำงานถึงกี่ทุ่มก็ได้ ถ้าไม่ติดกันหลายวันจนเกินไป เกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ เราคิดว่า คำว่าไม่เหนื่อยของเรา คือ ใจไม่เหนื่อย ไม่ท้อ เฉยๆ ทำสำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็ได้ ทำให้ดีที่สุดเป็นพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ เรากำลังขยายเวลานั่งสมาธิก่อนนอนเป็น 20 นาที เราเริ่มรู้สึกว่า 15 นาที แป็บเดียวเอง น่าจะขยายเวลาได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-6290592395576047829?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/6290592395576047829/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=6290592395576047829' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/6290592395576047829'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/6290592395576047829'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/09/blog-post_03.html' title='รายงานผลการปฏิบัติธรรม'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-8755911860936061775</id><published>2007-08-01T00:43:00.000-07:00</published><updated>2007-08-01T01:01:45.841-07:00</updated><title type='text'>สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ</title><content type='html'>เมื่อประมาณวันก่อนๆ ได้มีโอกาสไปวัดพระบาทน้ำพุ ทำให้ได้เห็นและเข้าใจชีวิตผู้ป่วยเอดส์มากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คือการได้สนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาสนานประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งท่านสอนดีมากๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามแรกที่ฉันถามท่าน คือ ท่านฝึกใจอย่างไร ในการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบน่าประทับใจมากคือ เวลาทำงานนั้น 70 เปอร์เซนต์ให้มีสติดูแลใจ ทำงานเพียง 30 เปอร์เซนต์ และอยู่กับปัจจุบันมากๆ ก็จะไม่รู้สึกว่าทุกข์ การทำงานเป็นเสมือนการฝึกจิตเสียมากกว่า ท่านสอนว่า ให้มี วิมังสา คือ ทุกคืนก่อนนอน ให้มีเวลาอยู่กับตัวเอง พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แล้วดูว่า มีอะไรที่จะทำให้ดีขึ้นได้อีกบ้าง มีอะไรผิดพลาดบ้าง เพื่อนำมาเป็นบทเรียนสำหรับวันต่อๆไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเป้าหมายของชีวิตคือ นิพพาน สิ่งที่เราทำทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อสร้างปัญญา พอมีปัญญาก็ปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางทุกอย่างก็นิพพาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็บลับ คือ การก้าวทีละก้าว ทำไปเรื่อยๆ เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็จะบรรลุผลดังประสงค์เอง ไม่ต้องรีบร้อน เดินทางสายกลาง แต่ต้องมีหลักธงในแต่ละปีข้างหน้าของชีวิต โดยหลักธงนั้นต้องไม่ผิดธรรมะ ศาสติสุขก็จะมาเยือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การฝึกนั้น ขั้นต้น จิตใจต้องมีกำลังก่อน ก็คือ อำนาจสมาธิ จึงสามารถ ใช้กำลังนี้ในการสร้างปัญญาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขันติและวิริยะนั้นเป็นกำลังอันสำคัญในการจะช่วยทำให้งานสำเร็จ แต่เมื่อมีปัญญามากขึ้น ขันติก็ไม่จำเป็นต้องมีมาก เพราะ เมื่อเข้าใจชีวิต เข้าใจโลก ก็ปล่อยวาง ไม่รู้จะอดทนอะไร ก็มันเป็นไปตามโลกธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความทุกข์เกิดจาก การทำที่ผิดธรรมชาติ ความหวังที่ผิดธรรมชาติ เช่น คนทีจะตายก็ไม่ให้ตาย อย่าฝืนธรรมชาติ แล้วจะไม่ต้องเป็นทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหล่านี้เป็นคำสอนของท่านเท่าที่จำได้ สัญญาไม่เที่ยงนะ ฉันลองนำมาปรับใช้ดูก็ทำให้ชีวิตของฉันเป็นสุขขึ้นเยอะเลยทีเดียว เช่น อยู่แค่ปัจจุบัน ไม่กังวลกับอดีต ไม่ต้องเพ้อเจ้อถึงอนาคต ก็ทำปัจจุบันให้มีสติไปเรื่อยๆเท่าที่ทำได้ ก็มีความสุขดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้านที่สุด ฉันแอบรู้สึกว่า ทำไมไม่เกิดมาเป็นชายนะ จะได้บวช ดันเกิดเป็นหญิงเสียได้ แต่ก็นะ เกิดมาแล้ว ก็ปลง ทำความดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกัน พระทานบอกว่าเกิดมาสมัยนี้ ไม่ตามกระแสโลกได้ก็ดีแล้ว แต่ฉันไม่ได้มีเป้าหมายแค่นั้น ฉันต้องการข้ามผ่านกิเลสบางตัวให้ได้เสียแต่ชาตินี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-8755911860936061775?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/8755911860936061775/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=8755911860936061775' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8755911860936061775'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8755911860936061775'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/08/blog-post.html' title='สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-8466717102595578039</id><published>2007-07-23T22:04:00.001-07:00</published><updated>2007-07-23T22:16:22.737-07:00</updated><title type='text'>นั่งสมาธิก่อนนอน และ วิริยะทางจิต</title><content type='html'>ตอนตุลาคม ปีที่แล้ว 2006 ฉันไปเข้าวิปัสสนาที่ ศูนย์วิปัสสนามิตรภาำพ กับอาจารย์จารุมา แล้ววันสุดท้าย ก่อนกลับ ฉันได้สัญญากับพระมหาเหล็ก (พระวิปัสสนาจารย์)  ว่าจะกำหนดสติทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 15 นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลก็คือ ฉันทำได้ คือ นั่งสมาธิก่อนนอนทุกวัน ช่วงแรกๆก็ 20 นาที ลดลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา และกิเลสที่พาไป จนกระทั่งเหลือ สัก ไม่ถึง 5 นาที ในเดือนที่แล้ว แล้วฉันก็ได้คุยกับอาจารย์จารุมา ทำให้คิดได้ว่า กำลังตามกิเลสสุดๆเลย ฉันเลยแน่วแน่ว่าจะนั่งให้ได้ 15 นาทีทุกวัน แล้วฉันก็ทำได้จริงๆเสียด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ฉันได้จากการนั่งสมาธิ คือ ล้างใจที่สกปรก ให้สะอาดขึ้นหน่อยแล้วระหว่างวันเวลาจะฟุ้งซ่านหรือคิดไม่ดี ี(ศีล 5 ฉันครบมาหลายปี ตั้งแต่เข้าวิปัสสนาใหม่ๆ ตอนนั้นอายุ ประมาณ 13 ได้ ที่เหลือตอนนี้ คือ วจีกรรม และ มโนกรรม) หรือ พูดไม่ดี ก็จะหยุด เหมือนสติมาเตือนมาตัด ก็ืถือเป็นการลดทางลงนรกไปได้นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ พอนั่งสมาธิอยู่ ตัวกำหนดอ่อนลงๆ เหมือนกำหนดช้าลงเรื่่อย ปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะกำหนดไม่ทันกิเลส  ฉันนึกถึงคำๆนึงขึ้นมา คือ วิริยะทางจิต ตอนแรกการกำหนดช้าลง คือสมาธิมากไป วิริยะต่ำ แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะฉันก็ตั้งใจกำหนด นี่นา  แท้ที่จริงแล้ว พอนึกคำว่า วิริยะทางจิตออก เลยเข้าใจว่า แม้ฉันจะตั้งใจกำหนด แต่วิริยะจริงๆกลับต่ำ เพราะสภาพจิตมันล่องลอย ขี้เกียจ ก็แก้โดยกำหนดให้เร็วขึ้น ถี่ขึ้น พยายามกำหนดโดยรับรู้อาการให้มากขึ้น ก็ได้ผลดี ก็พอทำไปสักพัก จิตก็เริ่มนุ่มนวล ควรแก่การทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กำหนดธรรมดาต่อไป จนครบบัลลังค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิริยะทางจิต ปรับใช้กับชีวิตทั่วไปได้เป็นอย่างดี เพราะ เวลาขี้เกียจอ่านหนัีงสือ หรือทำงาน ดูสภาพจิตได้ ขี้เกียจเลยหล่ะ ก็ปรับสักหน่อย ให้มันนุ่มนวล ควรแก่การทำงาน ก็จะทำให้่ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และ มีความสุข ไม่ใช่ฝืนทำไปงั้นๆ แล้วอ่านอะไรไม่รู้เรื่องเลย อย่างที่เคยทำมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิมังสา สำคัญที่สุดใน อิทธิบาท 4 จริงไหม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-8466717102595578039?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/8466717102595578039/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=8466717102595578039' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8466717102595578039'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/8466717102595578039'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/07/blog-post_23.html' title='นั่งสมาธิก่อนนอน และ วิริยะทางจิต'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-5029995148979423614</id><published>2007-07-23T21:57:00.000-07:00</published><updated>2007-07-23T22:39:37.178-07:00</updated><title type='text'>ความเข้าใจชีวิต คือ ความสุขที่แท้จริง</title><content type='html'>เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากเลย เนื่องจาก หากเราเข้าใจว่า ชีวิตเรานั้้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  บังคับบัญชาไม่ได้ เนื่องจาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งชีวิตเราด้วยขึ้นอยู่กับเหตุ ปัจจัย  เราทำได้เพียง ทำเหตุ ปัจจัย ณ. ปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วก็ทำใจยอมรับผลที่เกิดขึ้น เท่านั้นเอง  เครียดไป ทุกข์ไปก็เท่านั้น เพราะ การเครียด หรือ การทุกข์ เป็นเหตุปัจจัยที่ไม่ดี ปลูกเมล็ดพันธ์ที่ไม่ดี ในใจของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องพวกนี้จริงๆ ฉันรู้อยู่นานแล้ว ลืมไปแล้ว แต่มานึกได้ตอนป่วย กับ ตอนทำข้อสอบไม่ค่อยได้ พอใจเริ่มจะเป็นทุกข์ ก็กำหนด (สติปัฏฐาน 4 ) แล้วก็เลย ไม่กล้าที่เครียด ทุกข์ เหมือนกับ จิตอย่างรู้สึกอย่างนั้น จิตอยากคิดมาก (อาหารของใจคือความคิด) แต่พอมีสติ มันก็ตัด จะคิดมาก ก็ไม่กล้า แล้วก็เกิดความเข้าใจขึ้นมา เหมือนนึกออกนั่นแหละ เลยเกือบทุกข์ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ ความสุข คือ ทนอยูู่่่ได้ง่าย ต่างจากทุกข์ที่ทนอยู่ได้ยาก ฉันรู้สึกว่า การดูหนัง หรือ ซื้อของ หรือ ไปเทียว มัน ไม่เห็นทำให้มีความสุขเลย สนุกเสียมากกว่า ฉันชอบไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ  เพราะจะรู้ึสึกสดชื่น  ฟังเพลงคลาสสิก เพราะ เพลงทำนองสวยดี  ฉันว่ามันทำให้ฉันมีความสุขนะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-5029995148979423614?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/5029995148979423614/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=5029995148979423614' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5029995148979423614'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5029995148979423614'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/07/blog-post.html' title='ความเข้าใจชีวิต คือ ความสุขที่แท้จริง'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-6297065257574303646</id><published>2007-06-09T22:35:00.000-07:00</published><updated>2007-06-09T22:46:29.074-07:00</updated><title type='text'>มิตรภาพของน้องแอนจี้</title><content type='html'>เมื่อวานไปกินข้าวตอนเย็นที่ ร้าน.. (จำชื่อไม่ได้) กับบ้านคุณอา อาม่า น้าสาว น้องทีเจ แอนจี้ แล้วก็เจ้หยก พอกินไปได้ประมาณ 10 คำ ก็เริ่มอิ่ม และ ต้องลุกไปดูแลน้องแอนจี้ เพราะว่า น้องแอนจี้เอาแต่วิ่งเล่น ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแล้ว... จากแอนจี้ กับทีเจ วิ่งเล่นกันอยู่ 2 คน ก็มีน้องอีกคนหนึ่งอายุประมาณ 2 ขวบกว่าๆจากอีกโต๊ะก็มาวิ่งเล่นด้วย วิ่งไปวิ่งมาสักพัก น้องแอนจี้ ( 3 ขวบ) ก็หันมาโอบน้องอีกคนซึ่งเป็นผู้ชาย แล้วบอกทุกคนว่า นี่น้อง Baby แล้วก็วิ่งเล่นกับน้อง baby ต่อ แล้วก็ กอดกับน้อง baby น่ารักมากๆ เลย พอน้อง baby กลับโต๊ะ น้องแอนจี้ก็วิ่งไปหา แล้วบอกว่า Come on! แล้วทั้ง 2 ก็วิ่งเล่นด้วยกัน จนโต๊ะของแม่น้อง baby จะกลับ น้องแอนจี้ก็ไป kiss น้อง baby ก่อนกลับ บายบาย ด้วย (น้อง baby ก็เรียกน้องแอนจี้ว่า baby เหมือนกัน!) ทำให้ฉันรู้สึกว่า มิตรภาพของเด็กที่บริสุทธิ์ใจแบบนี้หายไปกับความเป็นผู้ใหญ่รึปล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนฉันก็มองอย่างมีความสุข แล้วก็กลับมานั่งโต๊ะ เจอมุมหนึงของร้านสวยดี มองขึ้นไปจะเห็นเป็นต้นไม้สูงๆ แล้ว ก็มีโคมไฟแบบทางเหนือประมาณ 5 อันเรียงกันอยู่  และแล้วเพลง Vagaluna inargenti ก็แวบขึ้นมาในหัว ด้วยเสียงเปียโนใสๆ...มีความสุขจัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-6297065257574303646?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/6297065257574303646/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=6297065257574303646' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/6297065257574303646'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/6297065257574303646'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='มิตรภาพของน้องแอนจี้'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-5022770346386651173</id><published>2007-05-30T01:19:00.000-07:00</published><updated>2007-05-31T23:45:07.010-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หลิน'/><title type='text'>ฝึกงานที่เครือซิเมนต์ไทย (EIP 6 , SCG)</title><content type='html'>&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p align="left"&gt;        เมื่อตอนปิดเทอมที่ผ่านมา เดือน มีนาคม- พฤษภาคม เราได้ไปฝึกงานที่เครือฯมากับโครงการ SCG Excellent Internship เลยอยากเขียนบันทึกเอาไว้ ว่าเป็นอย่างไร และ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ก่อนที่เราจะลืมอ่ะนะ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;        อาทิตย์แรก 2 วันแรกเป็นลงทะเบียน แล้วก็ไปสันทนาการ เค้าทำได้ดีนะ แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ค่อยชอบกิจกรรมแนวนี้เท่าไหร่อ่ะ เราชอบอยู่เงียบๆ มากกว่าเต้นแล้วก็ร้องเพลงเชียร์ แต่สิ่งที่ได้คือ มันทำให้เรารู้จักเพื่อนๆมากขึ้น แล้วก็ไม่เคอะเขินเวลาเจอกัน ในการอบรมอาทิตย์ถัดไป เราเลยค้นพบว่า กิจกรรมสันทนาการไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ (การค้นหาตนเองมันยากเหมือนกันนะ) แต่เราก็อยู่กับมันได้ในระยะเวลาสั้น&lt;br /&gt;ในเวลา 5 วันที่เหลือเป็นเรียนหนังสือ เรื่องการทำธุรกิจ อันนี้ต้องขอชม SCG ว่าทำได้ดีมาก และลงทุนมาก เอาอาจารย์เก่งๆมาสอนทั้งนั้นเลย แล้วสอนได้เข้าใจมาก ผลที่ได้จากการอบรมคือ มันทำให้เรารู้ว่า โลกธุรกิจเค้าคิดอะไรกัน การแข่งขันเพื่อแย่งลูกค้าอะไรอย่างเนี้ย แล้วก็ทำให้เราตระหนักว่า ระบบ logistic ในเมืองไทยน่ะ ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะเลย ฯลฯ จำไม่ค่อยได้ละ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;        อีก 6 สัปดาห์เป็นฝึกงาน เราเลือก HR division ตอนแรก เราอยู่ coporate function มีพี่แอมเป็นพี่เลี้ยง งานแรกคือ สรุปกฏหมายแรงงานเวียดนาม และอินโด ทำให้เราได้รู้อะไรแปลกๆใหม่ๆดี เช่น ในอินโดกับเวียดนาม มีหยุดวันที่ประจำเดือนมาได้ด้วย อยากไปอยู่จังเลย แล้วก็ทำงานทั่วๆไป พี่แอมใจดีมากเลย พอเราไปกินข้าวอยู่บ่อยๆ ตอนอยู่ชั้น 5 ทำให้เรารู้สึกว่า ผู้หญิงทำเครือฯนี่สบายกว่าผู้ชายเยอะเลย มีพี่ๆเอาไอติมมาให้กินด้วย&lt;br /&gt;พออยู่ชั้น 5 ได้ 1 สัปดาห์ เราถูกย้ายตามพี่เลี้ยง (เราต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยง เพราะพี่ตรีสัมภาษณ์เราเข้ามา แต่อาทิตย์ที่แล้วลา เลยเป็นพี่แอมที่ดูแล) ไปทำที่ SCG Accout ตอนแรก แอบรู้สึก office มันโทรมๆนะ แต่ก็โอเค อยู่ได้ พอได้ทำงานกับพี่ตรี ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายเลย พี่ตรีทำเรื่อง competency มาตั้งแต่แรก ในเครือเรียกว่า เป็น จ้าวแห่งcompetency กันเลยทีเดียว ถึงเราจะได้ทำเรื่องนี้กับพี่เค้าน้อย แต่เรากลับได้เรียนรู้อะไรเยอะนะ มี 2 project ใหญ่ๆ ที่ได้ทำกับพี่ตรี &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;           1. Career Enhancement for SCG account อันนี้เนี่ย เรามีหน้าที่อ่าน prospectus ของพวกหลักสูตร MBA ต่างๆแล้วเลือกในบางส่วน มาทำเป็นหลักสูตร สำหรับนักบัญชีของเครือฯที่มีโอกาสที่จะก้าวไปเป็น Analyst ในวันข้างหน้า แล้วก็ได้ไปคุยกับ business planning ก็ได้เรียนรู้อะไรพอสมควรเลยทีเดียว ในโลกของการทำงานทำให้เรารู้ว่า &lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;การทำงานในบริษัทเอกชน ต้องการการนำเสนองานที่ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพมากที่สุด ในเวลาน้อยที่สุด ถ้าข้อมูลทุกอย่างสามารถสรุปได้ใน 1 หน้าจะดีมากๆ และเวลาจะขอความช่วยเหลือใคร ให้เราพยายามทำเองให้มากที่สุด (เท่าที่ทำได้) ไปก่อน แม้มันจะผิดพลาด และอาจไม่ได้ใช้ แต่จะมีประโยชน์ คือ ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องนั้นๆไปแล้ว 1 รอบ และ ทำให้คนที่เราขอความช่วยเหลือเค้าอยากช่วยเรามากขึ้น และอีกส่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้กับงานนี้คือ ภาษาอังกฤษนั้น สำคัญมากๆ &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;งานเราต้องอ่านภาษาอังกฤษหมด และ เขียน ภาษาอังกฤษด้วย เราก็นะ มั่วๆไป ตามยถากรรม แต่ก็อ่านรู้เรื่องพอควร&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;            2. E-book for SCG employees อันนี้ ถือ เป็น งานที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในทั้งแง่ของ ตัวเราเอง และ เครือฯ คือ โดยปรกติแล้ว เราเป็นคนที่ไม่เก่ง computer มีความรู้เพียงหางอึ่งตัวเล็กๆ เรื่องก็คือ มีอยู่วันหนึ่ง พี่ตรีบอกว่าให้เอาข้อมูลทั้งหมดที่มีผลต่อการเตรียมตัวไปนอกของพนักงานลงใน CD ทำออกมาให้น่าอ่านด้วยนะ เราก็เอา จะทำไงดีล่ะ ถ้าเอา file ใส่ ใครมันจะอ่านใช่ม่ะ น่าเบื่อแย่เลย ซ้ำ file ของ km ก็มักจะพบอะไรไม่ค่อยคาดฝัน เช่น บางที public holiday มีอยู่แยก แต่บางประเทศไปอยู่รวมกับ Culture คาดว่าคนอ่านคงไม่มานั่งเปิดหรอก เราก็เลยคิด ถึง E-book โดยที่เราไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร ก็บอกพี่ตรี แล้วพี่ตรีก็ถามพี่ฐาให้ว่ามี Program รึปล่าว ท้ายที่สุด เราได้ โปรแกรมกับข้อมูลจากพี่ฐา แล้วก็ อ่าน help เรียนรู้โปรแกรม 1 วัน อีกประมาณ 8 วัน ก็ทำจริง งานออกมาสวยและมีประโยชน์ มีแต่คนชม สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือ เราทำได้อ่ะ มันเกินความคาดหมายของเรามากๆ นอกจากนี้ เราได้รับคำชมว่ารูปประกอบใน e-book สวย อันนี้ ต้องยกความดีให้พี่ตรี สอนให้เราเอารูปจาก google แล้วเราก็ค่อยๆเลือกรูปสวยๆออกมาก็ใช้เวลาพอสมควร &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;สิ่งที่เราเรียนรู้จากเรื่องนี้เลยก็คือ คนเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด อย่าเพิ่งคิดว่าทำไม่ได้ ค่อยๆทำไป ก็จะประสบความสำเร็จได้ แต่องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้ผลงานออกมาดี ตอบโจทย์ได้&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;           อาทิตย์สุดท้าย 2 วันแรก เป็นแข่ง Innovative Suggestion การแข่งขันว่า เรามีอะไรที่คิดว่าถ้า SCG ทำแล้วจะดีขึ้น เราก็ส่ง e-book นี่แหละ แล้วเราก็ชนะด้วย ( แยกเป็น บุคคล วิศวะ บัญชี ตลาด มี 4 รางวัล แต่ ท้ายสุด บัญชีไม่มีใครได้ เราได้ของบุคคล)&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt; เรารู้สึกว่า เราไม่ได้เก่งกว่าคนที่ไม่ได้รางวัลเลย แต่ที่เราชนะ เพราะเราตอบโจทย์ที่สิ่งที่กรรมการต้องการได้ดีกว่า&lt;/span&gt; เพราะโครงเราทำได้จริง แล้วพอทำแล้วจะช่วยให้ cost ของ เครือฯลดลง แล้ว เทคนิดการ present ไม่ว่าจะเป็น การทำ powerpoint หรืออื่นๆที่พี่ตรีเคยสอนเราก็งัดออกมาใช้ ซึ่งก็ได้ผลดีเทีเดียว&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;         ส่วน 3 วันสุดท้าย เราต้องแข่ง Business Strategy Game เป็นเกมส์ simulation ตัดสินใจการทำธุรกิจแบบทั่วโลก อันนี้เล่นเป็นกลุ่ม กลุ่ม ละ 6 คน อันนี้ กลุ่มเราก็ได้ที่ 1 ด้วยกลยุทธ์ Blue Ocean Stratety, Cost saving ที่ดีกว่ากลุ่มอื่น , และการ repurchase หุ้น รางวัลก็คือ ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น 1 สัปดาห์ (แม้เราชนะ 2 อย่าง แต่ถูกตัดสิทธิ์หนึ่งอย่าง) &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;         กล่าวโดยรวมแล้ว เราคิดว่า เราได้อะไรจากการฝึกงานครั้งนี้เยอะมาก ทำให้เราเข้าใจว่าโลกธุรกิจ เค้าทำงานกันอย่างไร เพราะถึงแม้โตขึ้นเราอยากอยู่โลกทางวิชาการมากกว่า แต่ด้วยระบบทุนนิยม ที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจเป็นสำคัญ เราจำต้องเข้าใจโลกธุรกิจด้วย ไม่งั้นงานทางวิชาการของเราคงไม่แตกต่างจากอะไรที่ เอาไว้ขึ้นหิ้งใช้จริงไม่ได้ แม้เราจะต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายในอนาคต แต่ที่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามมากทีเดียว (โดยเฉพาะ ถ้าเทียบกับ เราได้ยินเพื่อนบางคน ฝึกงานวิบากอ่ะนะ) สิ่งที่เราเข้าใจว่า ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากพอควร ก็คือ อยากเรียนรู้อะไรก็บอกพี่เลี้ยง และการมีพี่เลี้ยงที่ดีอย่างทั้งพี่ตรีแล้วก็พี่แอมด้วย ท้ายที่สุด คือ การได้ทำงานที่ดี และเราไม่บ่ายเบี่ยงที่จะเรียนรู้จากมัน&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-5022770346386651173?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/5022770346386651173/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=5022770346386651173' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5022770346386651173'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/5022770346386651173'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/05/eip-6-scg.html' title='ฝึกงานที่เครือซิเมนต์ไทย (EIP 6 , SCG)'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4490847965111952861.post-457794392599841371</id><published>2007-05-30T00:45:00.000-07:00</published><updated>2007-05-30T01:28:29.435-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='My life'/><title type='text'>คำอธิษฐาน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#000066;"&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#000066;"&gt;"ขอให้ได้เกิดในบวรพระพุทธศาสนาจวบจนบรรลุถึงพระนิพพาน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#000066;"&gt;ขออย่าให้มีชาติใด คราใด ที่ต้องอยู่ในความอดอยากยากจน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#000066;"&gt;ขอให้ได้มีโอกาสเข้าวิปัสสนากับวิปัสสนา ผู้มีญาณสูง และ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#000066;"&gt;ขอให้ได้มีโอกาสบำเพ็ญประโยชน์เพื่อมนุษยชาติ...ตามสมควร"&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4490847965111952861-457794392599841371?l=sirianong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sirianong.blogspot.com/feeds/457794392599841371/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4490847965111952861&amp;postID=457794392599841371' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/457794392599841371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4490847965111952861/posts/default/457794392599841371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sirianong.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='คำอธิษฐาน'/><author><name>หลิน (สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10544955369406621274</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
