ตอนตุลาคม ปีที่แล้ว 2006 ฉันไปเข้าวิปัสสนาที่ ศูนย์วิปัสสนามิตรภาำพ กับอาจารย์จารุมา แล้ววันสุดท้าย ก่อนกลับ ฉันได้สัญญากับพระมหาเหล็ก (พระวิปัสสนาจารย์) ว่าจะกำหนดสติทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 15 นาที
ผลก็คือ ฉันทำได้ คือ นั่งสมาธิก่อนนอนทุกวัน ช่วงแรกๆก็ 20 นาที ลดลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา และกิเลสที่พาไป จนกระทั่งเหลือ สัก ไม่ถึง 5 นาที ในเดือนที่แล้ว แล้วฉันก็ได้คุยกับอาจารย์จารุมา ทำให้คิดได้ว่า กำลังตามกิเลสสุดๆเลย ฉันเลยแน่วแน่ว่าจะนั่งให้ได้ 15 นาทีทุกวัน แล้วฉันก็ทำได้จริงๆเสียด้วย
สิ่งที่ฉันได้จากการนั่งสมาธิ คือ ล้างใจที่สกปรก ให้สะอาดขึ้นหน่อยแล้วระหว่างวันเวลาจะฟุ้งซ่านหรือคิดไม่ดี ี(ศีล 5 ฉันครบมาหลายปี ตั้งแต่เข้าวิปัสสนาใหม่ๆ ตอนนั้นอายุ ประมาณ 13 ได้ ที่เหลือตอนนี้ คือ วจีกรรม และ มโนกรรม) หรือ พูดไม่ดี ก็จะหยุด เหมือนสติมาเตือนมาตัด ก็ืถือเป็นการลดทางลงนรกไปได้นะ
คราวนี้ พอนั่งสมาธิอยู่ ตัวกำหนดอ่อนลงๆ เหมือนกำหนดช้าลงเรื่่อย ปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะกำหนดไม่ทันกิเลส ฉันนึกถึงคำๆนึงขึ้นมา คือ วิริยะทางจิต ตอนแรกการกำหนดช้าลง คือสมาธิมากไป วิริยะต่ำ แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะฉันก็ตั้งใจกำหนด นี่นา แท้ที่จริงแล้ว พอนึกคำว่า วิริยะทางจิตออก เลยเข้าใจว่า แม้ฉันจะตั้งใจกำหนด แต่วิริยะจริงๆกลับต่ำ เพราะสภาพจิตมันล่องลอย ขี้เกียจ ก็แก้โดยกำหนดให้เร็วขึ้น ถี่ขึ้น พยายามกำหนดโดยรับรู้อาการให้มากขึ้น ก็ได้ผลดี ก็พอทำไปสักพัก จิตก็เริ่มนุ่มนวล ควรแก่การทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กำหนดธรรมดาต่อไป จนครบบัลลังค์
วิริยะทางจิต ปรับใช้กับชีวิตทั่วไปได้เป็นอย่างดี เพราะ เวลาขี้เกียจอ่านหนัีงสือ หรือทำงาน ดูสภาพจิตได้ ขี้เกียจเลยหล่ะ ก็ปรับสักหน่อย ให้มันนุ่มนวล ควรแก่การทำงาน ก็จะทำให้่ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และ มีความสุข ไม่ใช่ฝืนทำไปงั้นๆ แล้วอ่านอะไรไม่รู้เรื่องเลย อย่างที่เคยทำมา
วิมังสา สำคัญที่สุดใน อิทธิบาท 4 จริงไหม
Monday, 23 July 2007
ความเข้าใจชีวิต คือ ความสุขที่แท้จริง
เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากเลย เนื่องจาก หากเราเข้าใจว่า ชีวิตเรานั้้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ เนื่องจาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งชีวิตเราด้วยขึ้นอยู่กับเหตุ ปัจจัย เราทำได้เพียง ทำเหตุ ปัจจัย ณ. ปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วก็ทำใจยอมรับผลที่เกิดขึ้น เท่านั้นเอง เครียดไป ทุกข์ไปก็เท่านั้น เพราะ การเครียด หรือ การทุกข์ เป็นเหตุปัจจัยที่ไม่ดี ปลูกเมล็ดพันธ์ที่ไม่ดี ในใจของเรา
เรื่องพวกนี้จริงๆ ฉันรู้อยู่นานแล้ว ลืมไปแล้ว แต่มานึกได้ตอนป่วย กับ ตอนทำข้อสอบไม่ค่อยได้ พอใจเริ่มจะเป็นทุกข์ ก็กำหนด (สติปัฏฐาน 4 ) แล้วก็เลย ไม่กล้าที่เครียด ทุกข์ เหมือนกับ จิตอย่างรู้สึกอย่างนั้น จิตอยากคิดมาก (อาหารของใจคือความคิด) แต่พอมีสติ มันก็ตัด จะคิดมาก ก็ไม่กล้า แล้วก็เกิดความเข้าใจขึ้นมา เหมือนนึกออกนั่นแหละ เลยเกือบทุกข์ไป
จริงๆ ความสุข คือ ทนอยูู่่่ได้ง่าย ต่างจากทุกข์ที่ทนอยู่ได้ยาก ฉันรู้สึกว่า การดูหนัง หรือ ซื้อของ หรือ ไปเทียว มัน ไม่เห็นทำให้มีความสุขเลย สนุกเสียมากกว่า ฉันชอบไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เพราะจะรู้ึสึกสดชื่น ฟังเพลงคลาสสิก เพราะ เพลงทำนองสวยดี ฉันว่ามันทำให้ฉันมีความสุขนะ
เรื่องพวกนี้จริงๆ ฉันรู้อยู่นานแล้ว ลืมไปแล้ว แต่มานึกได้ตอนป่วย กับ ตอนทำข้อสอบไม่ค่อยได้ พอใจเริ่มจะเป็นทุกข์ ก็กำหนด (สติปัฏฐาน 4 ) แล้วก็เลย ไม่กล้าที่เครียด ทุกข์ เหมือนกับ จิตอย่างรู้สึกอย่างนั้น จิตอยากคิดมาก (อาหารของใจคือความคิด) แต่พอมีสติ มันก็ตัด จะคิดมาก ก็ไม่กล้า แล้วก็เกิดความเข้าใจขึ้นมา เหมือนนึกออกนั่นแหละ เลยเกือบทุกข์ไป
จริงๆ ความสุข คือ ทนอยูู่่่ได้ง่าย ต่างจากทุกข์ที่ทนอยู่ได้ยาก ฉันรู้สึกว่า การดูหนัง หรือ ซื้อของ หรือ ไปเทียว มัน ไม่เห็นทำให้มีความสุขเลย สนุกเสียมากกว่า ฉันชอบไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เพราะจะรู้ึสึกสดชื่น ฟังเพลงคลาสสิก เพราะ เพลงทำนองสวยดี ฉันว่ามันทำให้ฉันมีความสุขนะ
Subscribe to:
Posts (Atom)