Wednesday, 19 September 2007

ชีวิตสมถะ

ฉันจินตนาการไปถึงเป้าหมายช่วงกลางของชีวิต ประมาณวัยทำงาน -- ถ้าฉันไม่ตายไปเสียก่อน
ฉันต้องการเห็นภาพผู้หญิงสมถะ เป็นระเบียบ เรียบง่าย ใจบุญ มากกว่าผู้หญิงที่แต่งตัว ใช้ของแพง ฟุ่มเฟือย ไร้สาระนะ
นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ฉันคิดว่าน่าจะเริ่มฝึกตัวเองให้เคยชิน ถ้าไม่เริ่มด้วยการฝึกตัวเอง ฝึกใจละก็ กิเลสอาจนำทางไปอีกทางที่กว่าจะรู้ตัวก็ติดกับดักของความเคยชินเสียแล้ว

Tuesday, 11 September 2007

ความล้มเหลว

คือนอกจากนะไม่ได้เพิ่มเวลาเป็น 20 นาทีแล้ว 15 นาทีก็ยังมีหลับอีกด้วย เฮ้อ

แต่ก็ไม่แปลกอะไร เพราะปกติเวลาเราเข้าวิปัสสนา 7 วัน มันก็มีทั้งวันที่ปฏิบัติได้ดีและไม่ดีอยู่แล้ว เหมือนกราฟขึ้นๆลงมากกว่า กราฟที่เป็น exponential , หรือ linear

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือเวลาอารมณ์อันไม่เป็นที่น่าพอใจเกิดขึ้น เช่น โกรธ หงุดหงิด อารมณ์เสีย ประมาณนี้เกิดขึ้น แล้วมันก็จะดับไป คือ เวลาฉันประสบอารมณ์พวกนี้ ฉันจะพยายามบังคับให้มันดับ แล้วก็รู้สึกผิดว่าทำไมต้องโกรธ คือเรียกว่าไม่ขาดสติเสียทีเดียว คือรู้ว่าตัวเองโกรธนะ แต่ว่าความรู้สึกจะออกแนวซับซ้อนมากคือหลายอารมณ์เกิดรวมๆกัน พอฉันนั่งสมาธิเลยเกิดปัญญาว่า เวลาโกรธก็รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องสนใจ ไปบังคับไม่ให้มันโกรธ เพราะมันบังคับไม่ได้(อนัตตา) แล้วมันก็จะดับไปเอง(อนิจจัง) แต่ด้วยสภาพความโกรธมันทำให้เราทนอยู่ได้ยาก(ทุกข์) มันก็บีบคั้นเรา เพราะฉะนั้น เวลาโกรธก็แค่รู้ว่าโกรธ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรต่อ ไม่ต้องบังคับให้หายโกรธ แล้วเดี๋ยวมันก็หายไปเอง หน้าที่ของเราแค่ดูเวลาโกรธก็รู้ ก็พอละนะ

ฉันจะตั้งใจปฏิบัติธรรมต่อไป ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็เหอะ สู้ๆ

Monday, 3 September 2007

รายงานผลการปฏิบัติธรรม

หลังจากได้นั่งสมาธิก่อนนอนวันละ 15 นาที แทบทุกวัน ประมาณร้อยละ 90 มาแล้วประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้ พบว่า



เรามีสติกับการดำเนินชีวิตมากขึ้น ทุกข์น้อยลง อย่างเห็นได้ชัด เพราะว่า พอจิตเริ่มทุกข์ ก็อาจจะเริ่มด้วยการที่ใจ ไปรับรู้เรื่องที่ทำให้เกิดความทุกข์แล้วคิดต่อ สติก็จะบอกว่า ไม่ต้องทุกข์ สิ่งที่เป็นอดีต ทุกข์ไปก็เท่านั้น ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็สบายใจได้ ถ้ายังไม่ได้ทำให้ดีที่สุดก็ต้องให้อภัยตัวเองให้ได้ เราให้อภัยทุกรูป ทุกนาม ทุกคนที่สร้างความไม่พอใจให้เรา ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะทำโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เราให้อภัยได้ คือ เราไม่ผูกใจเจ็บใคร แต่เราเลือกที่จะไม่ยุ่งด้วย เมื่อเราให้อภัยคนอื่นได้ เราก็ต้องให้อภัยตัวเองได้ ผลก็คือ จิตเบาสบาย ไม่ต้องแบกรับอะไรพวกนี้ไว้



เราไม่เหนื่อยเวลาทำงาน คือสามารถทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อนอะไร จนก่อนเข้านอน ก็พักผ่อน นั่งสมาธิ เล่นกับแม่ แล้วค่อยนอน ก็ไม่เหนื่อยอะไร ทำงานถึงกี่ทุ่มก็ได้ ถ้าไม่ติดกันหลายวันจนเกินไป เกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ เราคิดว่า คำว่าไม่เหนื่อยของเรา คือ ใจไม่เหนื่อย ไม่ท้อ เฉยๆ ทำสำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็ได้ ทำให้ดีที่สุดเป็นพอ



ตอนนี้ เรากำลังขยายเวลานั่งสมาธิก่อนนอนเป็น 20 นาที เราเริ่มรู้สึกว่า 15 นาที แป็บเดียวเอง น่าจะขยายเวลาได้